โมราต้า พูดเต็มปากว่าต้องการย้ายไปเล่นให้กับ ปีแดงมากกว่า ราชัน

โมราต้า นักเตะมากความสามารถของ เรอัล มาดริด อยากที่จะย้ายออกจากสโมสร มากกว่าอยู่ต่อและต้องการที่จะไปซบผีแทนในตอนนี้

โมราต้า

โมราต้า กองหน้าของ เรอัล มาดริด ที่เป็นอีก หนึ่งคนที่ต้องการจะย้ายออกจากสโมสร เรอัล มาดริด ผลงานของเขายังไม่ได้โชว์อย่างเต็มที่ อย่างที่เขาต้องการ

อยากย้ายเต็มที โมราต้า ต้องการที่จะเข้าไปเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมากกว่าอยู่ต่อกับ เรอัล มาดริด มันเป็นเรืองที่เขาต้องการจะย้ายสโมสร มากกว่าอยู่ต่อ

นักเตะหลายคนที่ไม่ต้องการอยู่ต่อจะต้องโดนรั้งหรือไม่ปล่อยให้กับสโมสรที่เขาต้องการย้ายออกไป แม้ว่าพวกเขาก็ยังไม่ได้ใช้งานนักเตะรายที่ต้องการออกจากสโมสรพอดี

เรอัล มาดริด เป็นสโมสรที่มีนักเตะเก่งๆมากมายอยู่ในสโมสรแต่เขาก็ไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่ต้องการย้ายออก แล้วยังไม่ได้ข้อตกลง สำหรับเขาพร้อมที่จะย้ายอย่างเต็มที่

เพราะว่าผลงานของเขาในสนามมันไม่ได้เป็นไปตามที่เขาต้องการ การไม่ได้ลงเล่นในสนามอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องที่เขานั้นรับไม่ได้

และโอกาสในการเล่นในสนามน้อยลงไปทุกทีเพราะนักเตะแต่ละคนที่อยู่ใน เรอัล มาดริด เป็นเดอะสตาร์ ทั้งนั้น ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของเขา

และเขาเองก็ทำได้เพียงแค่บอกว่าต้องการย้ายสโมสรเท่านั้น และเรื่องที่แน่นอนในเวลานี้คือ เขาจะไม่บินไปเก็บตัวกับสโมสร เรอัล มาดริด อย่างแน่นอน

แม้ว่าการตกลงการขายเขาออกจากสโมสรให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะยังไม่เป็นที่ตกลงกันได้ก็ตาม แต่ตัวเขาเองก็ต้องการที่จะย้ายออกให้ไวที่สุด

รอแค่เพียงการตกลงของทั้งสองสโมสรว่าจะยุติที่ค่าตัวของเขาเท่าไหร่ แต่ครั้งล่าสุด ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ยื่นค่าตัวมาที่ 70.2 ล้านปอนด์

เพื่อที่จะได้รับตัวนักเตะรายนี้เข้ารังผี แต่ เรอัล มาดริดไม่พอใจกับการเสนอราคานี้ ราชันชุดขาวต้องการ 79 ล้านปอนด์ เพื่อการปล่อยตัว เขาในครั้งนี้

ค่าตัวของเขามันมากเกินกว่าที่ แมนยู ยื่นข้อเสนอมาให้ถึงเกือบ 10 ล้านปอนด์ นับว่าเป็นเรื่องยากที่จะคิดว่าคุมหรือไม่กับการจ่ายเงินเพิ่มเพื่อนักเตะรายนี้

แม้ว่า มูรินโญ่ ต้องการนักเตะรายนี้เข้ามาใช้งานในสโมสร แต่ก็ยังไม่ได้สรุปว่า 79 ล้านปอนด์ จะตกลงได้หรือไม่ และการยื่นข้อเสนอของ มูรินโญ่

จะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ เพราะเม็ดเงินที่เพิ่มขึ้นโดยความต้องการของ เรอัล มาดริด นั้นเหมือนจะเกินที่พวกเขาคิดกันเอาไว้

มันไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆกับการซื้อนักเตะซักคนเช้าสู่สโมสร หากการตกลงของทั้ง 2 สโมสรไม่ได้เป็นที่ยุติและเขาต้องอยู่ต่อที่ เรอัล มาดริด

ก็คงเป็นเรื่องน่าเสียดายเพราะว่าเขาอาจจะไม่ด้ลงเล่นที่ เรอัล มาดริด อย่างที่เขาเองคิดเอาไว้ เพราะตัวจริงในสโมสรของ ราชัน …

เจ้าหนูแบร็ดลี่ย์ แฟนพันธ์แท้ของ ซันเดอร์แลนด์ กำลังจะไปหานางฟ้า

เจ้าหนูแบร็ดลี่ย์ แฟนบอลตัวยงของ ซันเดอร์แลนด์ ได้สู้อย่างเต็มที่กับโรคที่เขาเป็น และเขาเองก็ต้องการที่จะชมทีมที่เขารักและชอบไปอีกนานๆ

เจ้าหนูแบร็ดลี่ย์

เจ้าหนูแบร็ดลี่ย์ กำลังสู้อีกครั้งอย่างเต็มที่ หลังจากที่เขาต้องการ ทรุดลงมากกว่าเดิม เพราะว่าเขาเป็น มะเร็ง และสู้มานานพอสมควร จนตอนนี้อาการแย่ลงกว่าเดิมแต่ก็ยังสู้อย่างเต็มที่

 

เป็นเรื่องน่าเศร้าเมื่อ เจ้าหนูแบร็ดลี่ย์ แฟนบอลพันธ์ แท้ของ ซันเดอร์แลนด์ กำลังต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อให้ร่างกายของเขาอยู่ให้ได้นานที่สุด

มันไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ฟุตบอล โดยตรงแต่เขาเป็นแฟนบอลตัวยงของ ซันเดอร์แลนด์ ที่มีอายุเพียง 6 ขวบเท่านั้น แต่ เจ้าหนูแบร็ดลี่ย์ ก็ชื่นชอบการเล่นฟุตบอล และต้องการเชียร์ทีมที่เขารักมากกว่าทีมอื่น

แต่ร่างกาบที่เป็นมะเร็งกำลังต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ลาโลกนี้ไป มันเป็นเรื่องน่าเศร้าเมื่อเขาก็พยายามอย่างเต็มที่แต่เพื่อไม่ให้จบชีวิตลงเร็วเกินไป

มะเร็งต่อมหมวกไตที่ตรวจพบเมื่อปี 2013 ของ เจ้าหนูแบร็ดลี่ย์ ก็ทำให้ทั้งแม่และคนใกล้ชิดต้องหลั่งน้ำตาอยู่บ่อยครั้ง โดยทางด้าน มารดาได้ออกมาบอกและเริ่มยอมรับว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขากำลังจะหมดลมหายใจ

และไปอยู่กับนางฟ้า โดยแม่เขาได้เชิญ เจอร์เมน เดโฟ อดีตกองหน้าของแมวดำ ที่ได้ย้ายไปอยู่กับ บอร์นมัธ ให้เข้ามาเยี่ยมเพื่อเป็นกำลังใจมากกว่าคนอื่นๆ

หรือมันเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้เข้าใกล้นักเตะระดับโลกที่เขาชื่นชอบเมื่อเล่นอยู่ที่ ซันเดอร์แลนด์ มันเป้นความฝันที่เขานั้นน่าจะมีความสุขก่อนที่จะหมดลมหายใจ

ซึ่งแม่ของเขาก็ยอมรับทั้งน้ำตาว่า ลูกชายของเขากำลังสู้อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะได้อยู่ต่อให้นานกว่านี้ ครอบครัวของเด็กน้อยรายนี้ได้ออกมาโพสต์ผ่าน เฟซบุ๊ก ของพวกเขาว่า

เรายังต่อสู้อย่างเต็มที่ หนูน้อยสู้อย่างสุดกำลัง และเราก็ได้กำลังใจที่ยิ่งใหญ่ โดยนักเตะระดับโลกกับเด็กน้อยผู้โชคร้ายได้กอดกันเพื่อรับซึ่งกำลังใจที่เขานั้นต้องการ

มันเป็นเรื่องน่าเสียใจหากเขาจากไปแต่ตอนนี้เขาก็ยังคงสู้เพื่อที่จะได้มีชีวิตต่อไป มันเป็นเรื่องที่ยากที่จะยอมรับแต่เราก็ได้ทำให้เขามีความสุขในขณะที่เขายังสามารถหายใจและรับรู้ได้ในตอนนี้

เราเฝ้าเขาอย่างใกล้ชิดเพื่อให้กำลังใจในการต่อสู้ แฟนบอลตัวจิ๋วรายนี้ก็สู้อย่างเต็มที่ เพราะได้กำลังใจจากนักเตะคนสำคัญที่เขาชอบ การต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่มีจุดจบ

เราจะต่อสู้ไปเรื่อยๆแบบที่เขาพยายาม เราต้องขอขอบคุณ เจอร์เมน เดโฟ ที่ได้มาให้กำลังใจในการต่อสู้ของลูกชายเขา…